วันจันทร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

การอยู่กับคนอื่นแบบสรุป



การที่จะรู้จักคนอื่นได้นั้นต้องเข้าใจตัวเองการเอาใจเข้ามาใส่ใจเราล้วนเป็นสิ่งที่ดี เพราะคนอื่นก็คนเหมือนกับเรานี่แหละ มีหัวใจเหมือนกัน ถึงบางคนจะมีความนึกคิดไม่เหมือนกันก็ตาม แต่ส่วนลึกแล้วทุกคนก็อยากที่จะให้คนอื่น เข้าใจตัวเอง ล้วนเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องการ สาเหตุที่ทุกคนคิดไม่เหมือนกัน หลายเปอร์เซ็นมาจากสิ่งแวดล้อมทั้งนั้น 

ไม่ว่าจะเกิดยันตายคนเราก็ต้องอยู่กับคนอื่น


คนเราทุกคนหากมีน้ำใจต่อกัน มีการแบ่งบันซึ่งกันและกัน ทำหน้าที่ของตนเองให้เต็มสุดความสามารถ ปัญหาที่จะเกิดก็น้อย แต่หากยังมีความขัดแย้งอยู่ ควรใช้คำพูดที่สุภาพ ในการพูดให้ทั้งของฝ่ายเข้าใจกัน บางคนอาจถนัดด้านการกระทำมากกว่าคำพูด ก็ใช้การกระทำนั้นแหละ แต่เป็นการกระทำที่ดี ทำให้อีกฝ่ายเข้าใจ และอยู่ด้วยกันในสังคมได้อย่างสงบสุข 


อยู่ให้สุข



อยู่ให้สุข


  1. สิทธิของคนอื่นควรเคารพ
  2. มีกาลเทศะ
  3. หลีกหนี้การดูถูกจากคนอื่น
  4. มีสัจจะ
  5. ถ่อมตน
  6. ถ้ารู้แพ้ก็รู้ชนะเอง
  7. รู้จักการให้
  8. เปิดใจให้กว้าง
  9. ปลงในบางเรื่อง


Cr.
 ผศ.ดร.ริเรืองรอง รัตนวิไลสกุล

อยู่ในสังคมให้เป็นสุขใจ


อยู่ในสังคมให้เป็นสุขใจ
  1. ไม่ควรเปรียบเทียบเรากับใคร ไม่มีใครรู้ว่าใครดีกว่าใคร เพราะทุกคนล้วนมีข้อดีคนละแบบ การที่เอาตัวเองเปรียบเทียบกับคนอื่นทำให้เกิดทุกข์ ให้พัฒนาตนเองดีกว่า
  2. ไม่คิดในทางที่เป็นลบ การคิดในทางลบก็ทำให้จิตในหมองเศร้า
  3. รู้ขีดจำกันของตัวเอง ไม่ทำสิ่งที่ตัวเองทำไม่ได้
  4. ไม่จริงจังกับตัวเองมากเกิน เพราะคนอื่นเค้ายังไม่จริงจังกับเราเลย
  5. ไม่เสียเวลาเสียพลังไปกับเรื่องที่คนนินทา ขนาดก้อนหินบางทีอยู่ดีๆยังโดยนินทาได้เลย
  6. ฝันตอนตื่นมากกว่าตอนที่หลับ การมีความฝันทำให้เกิดแรงบันดานใจในหลายๆเรื่องได้
  7. ไม่คิดริษยาคนอื่น มันเป็นการเสียเวลาเปล่าๆ และทำให้ตัวเองมีแต่เสียหาย
  8. อยู่กับปัจจุบันลืมเรื่องในอดีตให้หมด เพื่ออยู่อย่างมีความสุขใจ
  9. ชีวิตมันสั้นมากที่จะไปโกรธใคร ยังมีอีกหลายอย่างที่น่าทำกว่าการไปโกรธคนอื่น
  10. จำไว้ว่า ไม่มีใครกำหนดความสุขของเราได้นอกจากตัวเราเอง
  11. เข้าใจว่าชิวิตคือการเรียนรู้ แต่อยู่กับมันและเรียนรู้กับมันไป
  12. หากลืมการยิ้มควารเริ่มมายิ้มและหัวเราะให้มากขึ้น
  13. ไม่จำเป็นต้องชนะทุกเรื่องเสมอไร
 CR. อาจารย์  ผศ.ดร.ริเรืองรอง รัตนวิไลสกุล

ความคิดเวลาทำงานเป็นทีม

การทำงานเพื่อจุดประสงค์ที่สามารถทำงานด้วยกันได้อย่างดี มี 10 หลักทีควรยึดถือ


  1. การที่เคารพกัน ไม่ว่าจะเป็นใครมาจากไหนก็ตาม
  2. มองแต่สิ่งที่ดีของคนอื่น
  3. รับฟังแต่ถามถามความคิดเห็นของคนอื่น
  4. บอกชี้แจงนโยบาย ปัญหา แผนงานให้กับทุกคนทราบ
  5. รักษาแหละสนใจผลประโยชน์ของผู้ร่วมทีม
  6. ใจกว้าง การคนที่ทำงานในทีม
  7. มีความยุติธรรมและปฏิบัติกับทุกคนอย่างเสมอภาค
  8. เอาใจใส่สองความต้องการของบุคคลอื่น
  9. แสดงจุดร่วมกัน และ สงวนจุดที่ต่างกัน 
  10. สุดท้ายมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีต่อบุคคลอื่น เข้ากับคนอื่นได้เป็นอย่างดี

CR . ผศ.ดร.ริเรืองรอง รัตนวิไลสกุล



นำธรรมมาปฏิบัติ


หลักพรหมวิหาร 4
    1. เมตตา คือความรักใคร่ ทำให้โลกเป็นปกติสุขและร่มเย็น
    2. กรุณา  คือความสงสาร อยากให้คนอื่นพ้นทุกข์
    3. มุทิตา คือความยินดี เห็นผู้อื่นประสบความสำเร็จก็ชื่อชมยินดี
    4. อุเบกขา วางเฉย มีการวางใจเป็นกลาง

ประโยชน์จากการปฏิบัติหลักธรรมนี้
  1. เป็นคนที่มีใจกว้างขวาง ไม่สร้างปัญหาให้กับผู้ใด
  2. เป็นที่พึ่งของสังคม ทำให้มีบุคลิกที่น่านับถือ
  3. ทำให้มีน้ำใจประเสริฐ มองโลกในแง่ดี




สังคหวัตถุ 4 
  1. ทาน คือการเสียสละ การรู้จักให้ การแบ่งบัน
  2. ปิยวาจา คือการพูดหรือกล่าววาจาที่สุภาพ นุ่มนวน
  3. อัตถจริยา การรู้จักทำตนให้เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น
  4. สมานัตตา การวางตนเองให้เหมาะสม และอย่างเสมอต้นเสมอปลายด้วย


CR. ผศ.ดร.ริเรืองรอง รัตนวิไลสกุล

มารยาทในสังคม

เรื่องมารยาทของการอยู่ร่วมกันในสังคม

  1. เราควรวางตนเองให้เหมาะสม กับพ่อแม่ควรวางตนอย่างไร กับเพื่อนวางตนอย่างไร
  2. เราควรรรู้จักการประมาณตนเอง อย่าทำอะไรเกินตัว
  3. เราควรรู้จักการพูดจาที่สุภาพ อ่อนหวาน หรือซื่อตรง
  4. เมื่อเกิดเหตุการณ์ใดๆที่ทำให้เราไม่พอใจ เราควรรู้จักการควบคุมอารมณ์
  5. เราควรรู้จักสำรวมกิริยาท่าทางเมื่อเดินผ่านผู้ใหญ่
  6. เราควรรู้จักควบคุมอิริยาบถ
  7. เราควรมีน้ำใจต่อผู้อื่นที่อยู่ในสังคมเรา
  8. เราควรช่วยเหลือผู้อื่นเมื่อเข้าต้องการการช่วยเหลือ


CR. อาจารย์  ผศ.ดร.ริเรืองรอง รัตนวิไลสกุล

อยู่ร่วมกันในสังคม


การอยู่ร่วมกับคนอื่นให้ได้ดีเราควรมีหลักการปฏิบัติง่ายๆดังนี้



  1. เราต้องมีความรับผิดขอบต่อหน้าที่ของเราเอง
  2. เราต้องมีระเบียบวินัยต่อตนเองอยู่เสมอ
  3. เราต้องมีความซื่อสัตย์ และ ซื่อตรงกับคนรอบข้าง
  4. เราต้องมีความร่วมมือหรือความสามัคคี
  5. สุดท้าเราต้องมีความเสียสละ


CR. อาจารย์  ผศ.ดร.ริเรืองรอง รัตนวิไลสกุล

ความเป็นจริง 6 อย่าง

ความจริง 6 อย่างที่ควรรู้


1.คนเรามีประวัติความเป็นมาที่แต่งกับกัน
2.คนเราไม่มีใครที่ว่าดีที่สุดหรือเลวที่สุดเพียวอย่างได้อย่างหนึ่ง
3.คนเราจะพัฒนาปรับปรุงแก้ไขชีวิตได้หรือเปลี่ยนแปลงตัวเองได้เมื่อใจพร้อม
4.คนเราจะทำได้หากคนเราได้รับโอกาส
5.คนเรามีคุณค่าของความเป็นมนุษย์ก็อยู่ที่การประเมินจากคนอื่นหลายๆคน
6.คนเราจะประสบความสำเร็จมากที่สุด ต้องมีความดี ความเก่ง และโอกาส




คนเรานั้นจึงไม่เหมือนกัน เพราะคนเรามีความ คิด/อ่าน/พูด/กระทำ แตกกันออกไป ดังนั้น สังคมที่ดี ต้องวางกฎให้มีการปฏิบัติที่เป็นระเบียบ หรือเป็นวัฒนาธรรมที่ดีงาม


วิธีที่จะทำให้น่าอยู่ในสังคมได้นั้น ควรที่จะเคารพควมแตกต่าง และช่วยกันเพิ่มความเหมือน(ในทางที่ดี) จะทำให้สังคมมีความสงบ มีความสุข มีความราบรื่น ในการร่วมกันอยู่อาศัย


CR. อาจารย์  ผศ.ดร.ริเรืองรอง รัตนวิไลสกุล

บุคลิกภาพไม่พึงประสงค์ นั่นเป็นอย่างไร


คงสงสัยว่าบุคลิกภาพไม่พึงประสงค์เป็นอย่างไร ลองอ่านดู


แฮรี แด็ก ชัลลิแวน เป็นนักจิตวิทยาชาวอเมริกัน เค้าได้อธิบาย บุคลิกภาพที่ไม่พึงประสงค์ ยังทั้งบอกสาเหตุที่ก่อให้เกิดลักษณะของบุคลิกภาพที่เป็นปัญหาไว้ 5 อย่าง คือ

คนที่ หมกมุ่นอยู่กับตัวเอง กลุ่มคนเหล่านี้จะมี ความท้อแท้และความผิดหวังได้ง่าย เป็นกลุ่มคนที่มีความเจ็บแค้นอยู่ในใจ และมักจะคิดว่าตนเองนั้นคิดถูกต้องเสมอ

คนที่ ไม่สุงสิงกับใคร กลุ่มคนเหล่านี้ มักจะทำบุญกับใครไม่ขึ้น ขี้น้อยใจ สาเหตุก็เกิดมาจาก ในวัยเด็กนั้น ขาดความรัก หรือไม่มีใครรัก ผลจึงเกิดขึ้นมาจนถึงวัยต่อๆมา

คนที่ ต้องพึ่งพาคนอื่นอยู่ตลอด กลุ่มคนเหล่านี้จะคิดเองไม่เป็น รอคำสั่งคำแนะนำของคนอื่น จะยืดหรือพึ่งพาคนอื่นเป็นหลัก สาเหตุก็เกิดจาก การเลี้ยงดูของผู้ปกครองในวัยเด็กที่แสดงอำนาจมากเกินไป จึงทำให้เด็กคิดเองไม่ได้ 


คนที่ ไม่เป็นมิตรกับใครเลย กลุ่มคนเหล่านี้ จะไม่คิดที่จะคบหากับใคร จะมีลักษณะอารมณ์ที่ขุ่นมัว ขี้หงุดหงิด สาเหตุ คือ เกิดจากผู้ปกครองในวัยเด็กชอบเคี่ยวเข็ญและเอาใจใส่เด็กจนเกินไป และเมื่อผู้ปกครองไม่พอใจและไม่สนใจเกี่ยวกับผลการกระทำใดๆของเด็ก จึงเป็นที่มาของการที่เด็กไม่เป็นมิตรกับใคร


สุดท้ายเป็นคนที่ ชอบคัดค้าน กลุ่มคนเหล่านี้จะชอบเถียงหรือคัดค้าน สาเหตุก็เพราะว่า ชอบเรียกร้องความสนใจนั้นเองในตอนที่ยังเป็นเด็ก พอได้โตขึ้นมาก็ เชื่อว่าตัวเองถูกต้อง เลยใช้การคัดค้านเมื่อรู้สึกว่าความสุขความปลอดภัยของตนเองกำลังถูกคุกคาม


CR. อาจารย์  ผศ.ดร.ริเรืองรอง รัตนวิไลสกุล




รู้จักกับ อริสโตเติล


อาริสโตเติลเกิดเมื่อประมาณ 384 หรือ 383 ปีก่อนคริสตกาลที่เมืองสตากีรา (Stagira) 

อริสโตเติล (Aristotle) นักปราชญ์ ชาวกรีก ได้ให้คำอธิบาย สั้นๆ ว่า
มนุษย์เป็นสัตว์สังคม มนุย์ใช้ชีวิตร่วมกัน เป็นหมู่ เป็นเหล่า เป็น กลุ่มเป็นพวก
การที่มนุษย์อยู่ร่วมกัน ทำให้พวกเขารู้สึกปลอดภัย ซึงเป็นสัญชาตญาณของมนุษย์

เมื่อเรามาลองพิจารณาคำพูดเหล่านี้แล้วก็ คิดว่าน่าจะเป็นอย่างงั้น เพราะสาเหตุที่เรามาอยู่ร่วมกันได้นั้น เกิดจากความกลัวนั่นเอง คนเรากลัวอย่างๆจึงมาอยู่รวมตัวกัน ทำให้เกิดเป็นสังคมขนาดเล็ก ไปจนถึงสังคมขนาดใหญ่

Cr.อาจารย์  ผศ.ดร.ริเรืองรอง รัตนวิไลสกุล